วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชปรับโฉมเป็นโรงพยาบาลสาธารสุขยุคใหม่ เพื่อคนไทยสุขภาพดี มีรอยยิ้ม
ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช กล่าวว่า ในการปรับโฉมดังกล่าวจะพัฒนา 3 ด้านหรือ 3 เอส (S) เป็นโรงพยาบาล 3 ดี ประกอบด้วย บรรยากาศดี (Structure) บริการดี (Service) บริหารจัดการดี (System) เน้นธรรมาภิบาล กระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมของสังคม โดยเชิญองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน ประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่มาเป็นคณะกรรมการ เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นในการพัฒนาโรงพยาบาล
วันจันทร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
งานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ครั้งที่ 22
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี เปิดงานเลี้ยงโต๊ะจีนลิง ครั้งที่ 22 บริเวณพระปรางค์สามยอด อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ดร.ปฤถา พรหมเลิศ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดลพบุรี ร่วมเลี้ยงอาหารลิงและชมกิจกรรมการแสดงในงานด้วย
วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
รพ.พระนารายณ์มหาราชปรับโฉมเป็นโรงพยาบาลสาธารสุขยุคใหม่ เพื่อคนไทยสุขภาพดี มีรอยยิ้ม
...................................
นพ.สุชัย สุทธิกาศนีย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช เปิดเผยว่าใน
ปี 2553 กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายที่จะปรับโฉมโรงพยาบาลทุกระดับ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ให้เป็นโรงพยาบาลสาธารณสุขยุคใหม่ เพื่อคนไทยสุขภาพดี มีรอยยิ้ม โดยมุ่งเน้นคุณภาพการรักษาพยาบาล พัฒนาคุณภาพการบริการ และการมีส่วนร่วมของภาคสังคม
ในการปรับโฉมดังกล่าวจะพัฒนา 3 ด้านหรือ 3 เอส (S) เป็นโรงพยาบาล 3 ดี ซึ่งได้แก่
1.บรรยากาศดี (Structure) 2.บริการดี (Service) 3.บริหารจัดการดี (System) เน้นธรรมาภิบาล กระจายอำนาจ
และการมีส่วนร่วมของสังคม โดยเชิญองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาคเอกชน ประชาชน ผู้รับบริการ รวมทั้ง
ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่มาเป็นคณะกรรมการ เพื่อร่วมระดมความคิดเห็นและทรัพยากรในการพัฒนาโรงพยาบาล
ซึ่งทางโรงพยาบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการพัฒนาโรงพยาบาลขึ้นตั้งแต่ปี 2543 นั้น ปรากฏว่ามีคณะกรรมการ
บางท่านโยกย้ายและเกษียณอายุราชการ จึงได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และแต่งคณะกรรมการขึ้นใหม่และ
ได้เชิญคณะกรรมการประชุมเมื่อ วันที่ 18 พ.ย 53 ณ ห้องประชุมชวนชม รพ.พระนารายณ์มหาราชเพื่อร่วม
ระดมความคิดเห็นและทรัพยากรในการพัฒนาโรงพยาบาลให้เป็นที่พึงพอใจของประชาชน เพื่อให้การพัฒนา
โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ ได้มาตรฐานตอบสนอง
ความต้องการของประชาชน โดยมีนายพีรศักดิ์ ศิริพานิชกร นายกสมาคมสโมสรลูกเสือลพบุรี ประธาน
การประชุมพร้อมด้วย นพ.สุชัย สุทธิกาศนีย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลลพบุรี รองประธานกรรมการ และ
กรรมการอื่น ๆ อีก 15 ท่าน.
แหล่งข่าว : นาย เมธาวิน สาดจุ้ย
วันจันทร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
โครงการ “พลิกผืนดินคืนป่า ฟื้นศรัทธาสู่ช้างไทย”
ไลออน วิมล โอชะสานนท์ นายกสโมสรไลออนส์ลพบุรีศรีชลสิทธิ์ เปิดเผยว่า สโมสรไลออนส์ลพบุรีศรีชลสิทธิ์ ร่วมกับจังหวัดลพบุรี จะจัดคอนเสิร์ต รักษ์..ช้าง โครงการ “พลิกผืนดินคืนป่า ฟื้นศรัทธาสู่ช้างไทย” เพื่อหารายได้สร้างแหล่งอาหารให้ช้างที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา ตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 เวลา 17.00-22.00 น. ณ บริเวณสนามฟุตบอลเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
นายกสโมสรไลออนส์ลพบุรีศรีชลสิทธิ์ กล่าวว่า ช้างดังกล่าวอยู่ในโครงการพระราชดำริคืนช้างสู่ป่าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งขณะนี้ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร สโมสรออนส์ลพบุรีศรีชลสิทธิ์และจังหวัดลพบุรีมีแนวคิดที่จะหาแหล่งอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ
นายกสโมสรไลออนส์ลพบุรีศรีชลสิทธิ์ กล่าวว่า ช้างดังกล่าวอยู่ในโครงการพระราชดำริคืนช้างสู่ป่าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งขณะนี้ประสบปัญหาขาดแคลนอาหาร สโมสรออนส์ลพบุรีศรีชลสิทธิ์และจังหวัดลพบุรีมีแนวคิดที่จะหาแหล่งอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการ
ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่สี่มุมเมือง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมอำเภอเมืองลพบุรี
นายแพทย์สุชัย สุทธิกาศนีย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช จังหวัดลพบุรี เปิดเผยว่า จากการที่มีฝนตกต่อเนื่อง และทำให้เกิดน้ำท่วมจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะอำเภอเมือง ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2553 เป็นต้นมา นั้น โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง สถานีอนามัย อสม. อปท. และเครือข่ายบริการสุขภาพอำเภอเมือง ออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เชิงรุก ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ตามยุทธศาสตร์การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข จังหวัดลพบุรี ดังนี้
การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเชิงรุก จัดทีมออกตรวจเยี่ยมดูแลสุขภาพประชาชน ด้านกาย-จิต-สังคม แบบองค์รวม 3 ทีม มีกิจกรรมออกหน่วยเคลื่อนที่สี่มุมเมือง 10 จุด ทุกวัน โรคที่พบบ่อย อาทิ น้ำกัดเท้า ไข้หวัด บาดแผล ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว ผื่นคัน ตาแดง
การบริการยาถึงบ้าน (Delivery Care) ค้นหาผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้ป่วยจิตเวชที่รับยาเป็นประจำในพื้นที่น้ำท่วมและไม่สามารถออกมารับยาด้วยตนเองอาจขาดยาไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลและสถานีอนามัย ได้นำยาไปให้ถึงบ้านครบทุกคน (100%) ดังนี้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 623 ราย และ ผู้ป่วยจิตเวช 23 ราย นอกจากนี้ยังมีแผนในการออกติดตามและประเมินเป็นระยะจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่ภาวะปกติ ตรวจคัดกรองสุขภาพจิตทุกวัน เยี่ยมบ้านช่วยเหลือดูแลสุขภาพผู้ประสบภัย มอบเวชภัณฑ์สามัญประจำบ้าน และเวชภัณฑ์ที่จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม 11,415 หลังคาเรือน
การให้บริการด้านสาธารณสุข บรรเทาความเดือดร้อน การควบคุมโรคติดต่อและฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม โดยแจกถุงดำ คลอรีน EM ดูแลความสะอาดน้ำดื่มน้ำใช้ ฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมกำจัดแหล่งเพาะพันธ์ยุงลาย พื้นที่หลังน้ำลด
ด้านการสุขศึกษาประชาสัมพันธ์ จัดทีมหน่วยประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่โดยใช้รถประชาสัมพันธ์เข้าทุกหมู่บ้านเป้าหมาย 24 ตำบล ทุกวัน โดยบูรณากับทีมสุขภาพจิตและทีมเยี่ยมบ้าน ทีมค้นหาผู้ป่วยเรื้อรัง แจกเอกสารแผ่นพับคู่มือประชาชนโรคที่มากับน้ำท่วมการป้องกัน คู่มือการสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมกรณีฉุกเฉิน
ออกหน่วยเยียวยาด้านจิตใจ โดยทีมงานจิตเวช 22 ครั้ง พบสภาพความเครียดระดับรุนแรงเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 12 ราย ซึ่งทางโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชได้มีแผนการในการดูแลต่อเนื่องและประเมินซ้ำ
เยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม ในเขตอำเภอเมือง 10 ราย เพื่อเยียวยาบุคคลในครอบครัวครบ สาเหตุการเสียชีวิตจากจมน้ำ 5 ราย ไฟฟ้าดูด 3 ราย ตกบ้าน 1 ราย โรคหลอดเลือด 1 ราย
บริการรับแจ้งและประสานเหตุ 1669 (EMS) ศูนย์สั่งการ (EMS ) โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ได้รับแจ้งเหตุ994 ครั้ง ส่วนมากเป็นเรื่องช่วยขนย้ายสิ่งของ ขนย้ายคน ขอกระสอบทราย ยกรถ ขอเรือรับไปทำงาน ขอเต๊นท์นอน ขออาหารน้ำดื่ม นอกจากนี้ยังออกให้บริการภาวะฉุกเฉิน 348 ครั้ง โดยร่วมมือกับเครือข่ายกู้ชีพลพบุรี
นอกจากนี้โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ยังมีแผนในการดูแลต่อเนื่องหลังน้ำลด คือ แผน Delivery Care ต่อเนื่อง แผนเยียวยาสภาพจิตใจ เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย แผนฟื้นฟูสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม (ขยะ น้ำ) แผนเฝ้าระวังโรคระบาด (อุจจาระร่วง ตาแดง ฉี่หนู ไข้หวัดใหญ่) เป็นต้น.
ด้วยรัก และห่วงใย ในสุขภาพอนามัยของทุก ๆ คน .......................
.....จากโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชและเครือข่ายบริการสุขภาพเมือง ลพบุรี
วันอังคารที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันศุกร์ที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี 05112553
สถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดลพบุรี
-ฝนตกตั้งแต่ วันที่ 2 กันยายน 2553 เป็นต้นมาโดยเป็นช่วงๆ จึงทำให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในพื้นที่จังหวัดลพบุรี ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 8 อำเภอ 85 ตำบล 703 หมู่บ้าน
-ฝนตกตั้งแต่วันที่ 13-17 ตุลาคม 2553 ทำให้เกิดอุทกภัยในจังหวัดลพบุรี รวมเป็น 11 อำเภอ 122 ตำบล 1,060 หมู่บ้าน
สถานการณ์น้ำปัจจุบัน (5 พ.ย.53) |
-( คลองชัยนาทป่าสัก (ประตูน้ำมโนรมย์) 158 ม.3 วินาที -ปริมาณน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 968.20 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 100.85% ปริมาณน้ำไหลเข้า 17.93 ล้าน ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำไหลออก 15.62 ล้าน ลบ.ม./วัน -เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 3,002 ม.3 วินาที ) |
ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 11 อำเภอ 122 ตำบล 1,060 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอพัฒนานิคม ท่าหลวง เมืองลพบุรี โคกสำโรง บ้านหมี่ ท่าวุ้ง โคกเจริญ ลำสนธิ หนองม่วง สระโบสถ์ และอำเภอชัยบาดาล
ความเสียหาย
-ด้านผู้ประสบภัย
ผู้ประสบทั้งสิ้น 145,095 ครัวเรือน 333,061 คน (สำรวจครัวเรือนช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน 73,602 ครัวเรือน)
จำนวนผู้เสียชีวิต 19 ราย ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี หนองม่วง สระโบสถ์ ลำสนธิ ท่าวุ้ง บ้านหมี่ ชัยบาดาล และอำเภอพัฒนานิคม สาเหตุกระแสน้ำพัดตกน้ำ 14 ราย ไฟฟ้าดูด 2 ราย กระแสน้ำพัดรถยนต์ตกไปในลำคลอง 2 ราย ผู้ตายขี่จักรยานยนต์ต้นไม่ล้มทับ 1 ราย
-ด้านการเกษตร
พื้นที่นา 244,050 ไร่ (ปัจจุบันยังคงท่วม 115,000 ไร่) พืชไร่ 196,696 ไร่ พืชสวน 12,020 ไร่ เกษตรกร 30,853 ราย
-ด้านปศุสัตว์
สัตว์เลี้ยง (โค กระบือ สุกร ฯลฯ) 123,813 ตัว สัตว์ปีก 2,601,543 ตัว แปลงหญ้า 3,499 ไร่ เกษตรกร 9,861 ราย
-ด้านประมง
บ่อปลา 1,887 บ่อ เกษตรกร 1,784 พื้นที่ 2,214.75 ไร่
-ด้านสิ่งสาธารณประโยชน์
ถนน 561 สาย สะพาน10 แห่ง วัด 82 แห่ง สถานที่ราชการ 94 แห่ง
พื้นที่วิกฤต 3 อำเภอ 29 ตำบล (บริเวณริมคลองชัยนาท-ป่าสัก)
อำเภอเมืองลพบุรี น้ำท่วมสูงประมาณ 0.40-1.20 ม. ได้แก่ ต.เขาพระงาม ต.ป่าตาล ต.ถนนใหญ่ ต.ท่าแค ฯลฯ
อำเภอท่าวุ้ง น้ำท่วมสูงประมาณ 0.20-0.70 ม.
อำเภอบ้านหมี่ น้ำท่วมสูงประมาณ 0.20-0.80 ม. ได้แก่ ต.หนองเมือง ต.หินปัก ต.บ้านกล้วย ต.บ้านทราย ต.หนองกระเบียน ต.พุคา ต.หนองทรายขาว เป็นน้ำท่วมไหลบ่าเนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน น้ำไหลจากที่สูงลงสู่พื้นราบ
การให้การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเบื้องต้น
-ประสานหน่วยทหารในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ เพื่อขอรับความช่วยเหลือด้านเครื่องมือ เครื่องจักรกล ยานพาหนะ และอุปกรณ์ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติโดยมีบุคลากร ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2,4,8,9,12,16 และ เขต 17
ด้านวัสดุอุปกรณ์
-เครื่องสูบน้ำเพื่อระบายน้ำลงคลองชลประทาน 101 เครื่อง เครื่องสูบน้ำด้วยไฟฟ้า 9 เครื่อง
-เรือท้องแบน จำนวน 80 ลำ
-เรือไฟเบอร์ 2 ที่นั่ง จำนวน 560 ลำ
-เรือท้องแบนขนาดกลาง จำนวน 50 ลำ
-รถผลิตน้ำดื่ม จำนวน 1 คัน จาก ศ.ปภ. เขต 2 กรม ปภ.
-รถไฟฟ้าส่องสว่าง จำนวน 2 คัน จาก ศ.ปภ. เขต 2,16 กรม ปภ.
-รถบรรทุก 55 คัน จาก ศ.ปภ. เขต 2,16 กรม ปภ. หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ กองพลทหารปืนใหญ่ องค์การบริหารส่วนจังหวัด โครงการชลประทานลพบุรี
-รถบรรทุก 6 ล้อ จำนวน 6 คัน จากศ.ปภ. เขต 2,9,16,17 กรม ปภ.
-รถกู้ภัยเคลื่อนที่เร็ว จำนวน 2 คัน จากศ.ปภ. เขต 2,16 กรม ปภ.
-รถแบล็คโฮ จำนวน 7 คัน องค์การบริหารส่วนจังหวัด โครงการชลประทานลพบุรี
-เครื่องบินเฮลิคอปเตอร์จากศูนย์การบินทหรบก 3ลำ/วัน
-รถพยาบาล 1 คัน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
-รถบรรทุกน้ำ 3 คัน หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ
-รถสายตรวจตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรี จำนวน 60 คัน
-เต็นท์พักอาศัยยกพื้น จำนวน 25 หลัง
-เต็นท์พักอาศัยขนาดใหญ่ จำนวน 120 หลัง
-สุขาลอยน้ำ 97 หลัง
ด้านกำลังคน
-ชุดเผชิญสถานการณ์วิกฤติ (ERT) จำนวน 4 ชุด จาก ศ.ปภ.เขต2,16 กรม ปภ.
-บุคลากรจาก ศ.ปภ.เขต 2,8,9,16,17 ปภ.สมุทรสาคร กรม ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
-สรรพกำลังของทหาร จำนวน 820 นาย เจ้าหน้าที่พลเรือน 500 นาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1,500 คน อสม./มูลนิธิ/ภาคเอกชน 930 คน
-แจกข้าวกล่อง จำนวน 15,000 กล่อง/วัน จากหน่วยงาน (อบจ. มูลนิธิฯ อปท. หน่วยงานราชการ)
-อพยพประชาชนที่ประสบอุทกภัยในเขตพื้นที่ตำบลหนองเมือง พุคา อำเภอบ้านหมี่ และ ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี ไปยังพื้นที่ปลอดภัย
-สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ออกแจกจ่ายยาชุดช่วยเหลือน้ำท่วม
---------------------------------------------------------------
ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจฯ
ข้อมูล 5 พ.ย.53 เวลา 10.00 น.
วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
กฐินพระราชทาน
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อัญเชิญผ้ากฐินพระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ไปทอด ณ วัดพยัคฆาราม ตำบลบางคู้ อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี ทั้งนี้ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน ร่วมในพิธี
ที่มาของการก่อตั้งชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี 22 ปีที่ยั่งยืน
งานแสดงไม้ดอกไม้ประดับและสัตว์เลี้ยงจังหวัดลพบุรีครั้งที่ 1 ปี พ.ศ. 2532
ที่มาของการก่อตั้งชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี
22 ปีที่ยั่งยืน
โดย...นางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ
สมาชิกสภาผู้แทนรราษฏรจังหวัดลพบุรี
เลขานุการชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี
สมาชิกสภาผู้แทนรราษฏรจังหวัดลพบุรี
เลขานุการชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี
เมือช่วงปีพุทธศักราช 2531 ดิฉันได้ปฏิบัติหน้าที่ครูผู้สอนวิชาเกษตรกรรม โรงเรียนพิบูลวิทยาลัย เวลานั้นบรรยากาศการเรียนการสอน ความสนใจของนักเรียน ครูและประชาชนทั่วไปในด้านการเกษตรเป็นไปอย่างคึกคักมาก มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทั้งภาคทฤษฏีและปฏิบัติทั้งในรั้วและนอกรั้วโรงเรียนพิบูลวิทยาลัย ร่วมกับสถานประกอบการและหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาทักษะและสร้างสำนึกสาธารณะให้แก่นักเรียน
เมื่อได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ และชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี ในการมีส่วนร่วมปลูกต้นไม้ ปรับภูมิทัศน์จัดสวนในพื้นที่โบราณสถานและสถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรีหลายครั้ง อาจารย์ภูธร ภูมะธน(ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานและกรรมการชมรมอนุรักษ์ฯ) จึงได้มีดำริกับดิฉันว่าควรจะได้ริเริ่มจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความรัก ความสนใจในการปลูกต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเมืองลพบุรีให้สวยงามร่มรื่นน่าอยู่ และควรให้ความสำคัญการปลูกฝังค่านิยมที่ดีแก่เด็กและเยาวชนคนลพบุรีของเรา จึงป็นที่มาในเบื้องต้นว่าในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2532 (ซึ่งทางวังนารายณ์จัดกิจกรรมต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี) ควรจะมีกิจกรรมพิเศษเกี่ยวกับเด็ก-เยาวชน-คนลพบุรีกับต้นไม้
เป็นโอกาสดีที่ในเวลานั้น คุณรำพึง ศิริพานิชกร ซึ่งเป็นกรรมการชมรมอนุรักษ์ฯ คนหนึ่งอยู่ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี และนายนิพนธ์ ธาราภูมิ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดลพบุรี (พี่ชายของดิฉัน) ในเวลานั้นดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเมืองลพบุรี ทั้งสองท่านรักการปลูกต้นไม้และสัตว์เลี้ยง
การประชุมเตรียมงานไม้ดอกไม้ประประจังหวัดลพบุรีจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อราวกลางปี พ.ศ. 2531 โดยคณะผู้ก่อการ (ดี) ได้ร่วมกันเสาะแสวงหาบุคคลที่มีความรัก ความชอบ ความสนใจในการปลูกต้นไม้นานาชนิด ขณะนั้นจังหวัดลพบุรีของเราอยู่ในยุคต้นไม้เฟื่องฟู มีนักเลงต้นไม้จำนวนมาก
- อาจารย์โรจน์ ดุลยากร และครอบครัว เจ้าของโรงเรียนบรรจงรัตน์ มีชื่อว่าเป็นนักเลงโป๊ยเซียนตัวยง
- อาจารย์ จันทร์ บัวสนธิ์ ก็กำลังคลั่งไคล้หลงเสน่ห์ของปาล์มประดับชนิดต่างๆ
- พ.ท.เสวก ม่วงกล่ำ (ปัจจุบันถึงแก่กรรม) เป็นนักเลี้ยง นักเล่นโกสนที่มีชื่อเสียง
- พันเอกวิสูตร คงอุทัยกุล (ยศขณะนั้น) นายกสมาคมกล้วยไม้ลพบุรี มีเครือข่ายนักเลงกล้วยไม้ทั่วประเทศ มีการจัดประกวดกล้วยไม้ทุกปีในงานฤดูหนาว
- รท.พฤกษ์ ผลไพบูลย์-รท.เจนศักดิ์ คูหาวิชานันท์ เป็นเซียนต้นไม้(เฟื่องฟ้า)และเป็นปรมาจารย์ด้านบอนไซ-ไม้ดัดในค่ายทหารฝีมือชั้นครู
- จ.ส.อ.พิรัช พันธุ์กล้า (ยศในขณะนั้น) เป็นคนมีฝีไม้ลายมือในการจัดสวนแห่งค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
- พล.ท.รวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์ (อดีตแม่ทัพภาค) ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ป่า ไม้ปลูก 3 ด.(ไม้ดม ไม้ดู ไม้ดก) ปัจจุบันท่านย้ายไปอยู่เมืองกาญจนบุรี
- อาจารย์ชงค์ วงษ์ขันธ์ ปรมาจารย์ด้านการศึกษาและจิตสาธารณะ ท่านเป็นผู้มีต้นไม้ในหัวใจ
- พล.ต.วิเชียร อ่อนนุช ทหารใหญ่ผู้มีจิตใจรักต้นไม้นานาพรรณ
กล่าวได้ว่าขุนพลนักเลงต้นไม้ (ยังมีอีกมากที่มิได้เอ่ยนาม)ได้รับการทาบทามเรียนเชิญให้มาช่วยกันระดมความคิดเพื่อเตรียมการจัดงานฯ
เมื่อรู้เรื่องทั้งหลายมาเจอกัน จากความตั้งใจในเบื้องต้นว่าจะจัดงานเล็กเล็ก จึงได้บานปลายขยายผล ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า นอกจากจะจัดให้มีการประกวดไม้ดอกไม้ประดับแล้ว น่าจะมีการประกวดสัตว์เลี้ยงที่ประชาชนสนใจและมีแกนหลักอยู่ในจังหวัดลพบุรีด้วย
ตอนนั้นมีข้อมูลว่า จังหวัดลพบุรีของเรามีทั้งผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงสุนัขสวยงามเพื่อการประกวดและการค้าฝีมือโปร ระดับชาติ มีชมรมเลี้ยง "นกเขาชวาขัน" และ "ไก่แจ้" รวมถึงทราบว่าอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล พิธีกรข่าวชื่อดังในขณะนั้นท่านรักแมวและเชี่ยวชาญเรื่อง"แมว"
ที่มาทั้งหมดนี้จึงมีการจัด "งานแสดงไม้ดอกไม้ประดับและสัตว์เลี้ยงจังหวัดลพบุรี" ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2532 ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ
ใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการจัดงานฯ ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน คงจำได้ถึงความสุข ความเหนื่อยและสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมากมายที่มิอาจบรรยายได้หมดสิ้น
เมื่อได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ และชมรมอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลพบุรี ในการมีส่วนร่วมปลูกต้นไม้ ปรับภูมิทัศน์จัดสวนในพื้นที่โบราณสถานและสถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรีหลายครั้ง อาจารย์ภูธร ภูมะธน(ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพิพิธภัณฑสถานและกรรมการชมรมอนุรักษ์ฯ) จึงได้มีดำริกับดิฉันว่าควรจะได้ริเริ่มจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความรัก ความสนใจในการปลูกต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตสิ่งแวดล้อมและพัฒนาเมืองลพบุรีให้สวยงามร่มรื่นน่าอยู่ และควรให้ความสำคัญการปลูกฝังค่านิยมที่ดีแก่เด็กและเยาวชนคนลพบุรีของเรา จึงป็นที่มาในเบื้องต้นว่าในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2532 (ซึ่งทางวังนารายณ์จัดกิจกรรมต่อเนื่องอยู่แล้วทุกปี) ควรจะมีกิจกรรมพิเศษเกี่ยวกับเด็ก-เยาวชน-คนลพบุรีกับต้นไม้
เป็นโอกาสดีที่ในเวลานั้น คุณรำพึง ศิริพานิชกร ซึ่งเป็นกรรมการชมรมอนุรักษ์ฯ คนหนึ่งอยู่ระหว่างการดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองลพบุรี และนายนิพนธ์ ธาราภูมิ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดลพบุรี (พี่ชายของดิฉัน) ในเวลานั้นดำรงตำแหน่งเทศมนตรีเมืองลพบุรี ทั้งสองท่านรักการปลูกต้นไม้และสัตว์เลี้ยง
การประชุมเตรียมงานไม้ดอกไม้ประประจังหวัดลพบุรีจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อราวกลางปี พ.ศ. 2531 โดยคณะผู้ก่อการ (ดี) ได้ร่วมกันเสาะแสวงหาบุคคลที่มีความรัก ความชอบ ความสนใจในการปลูกต้นไม้นานาชนิด ขณะนั้นจังหวัดลพบุรีของเราอยู่ในยุคต้นไม้เฟื่องฟู มีนักเลงต้นไม้จำนวนมาก
- อาจารย์โรจน์ ดุลยากร และครอบครัว เจ้าของโรงเรียนบรรจงรัตน์ มีชื่อว่าเป็นนักเลงโป๊ยเซียนตัวยง
- อาจารย์ จันทร์ บัวสนธิ์ ก็กำลังคลั่งไคล้หลงเสน่ห์ของปาล์มประดับชนิดต่างๆ
- พ.ท.เสวก ม่วงกล่ำ (ปัจจุบันถึงแก่กรรม) เป็นนักเลี้ยง นักเล่นโกสนที่มีชื่อเสียง
- พันเอกวิสูตร คงอุทัยกุล (ยศขณะนั้น) นายกสมาคมกล้วยไม้ลพบุรี มีเครือข่ายนักเลงกล้วยไม้ทั่วประเทศ มีการจัดประกวดกล้วยไม้ทุกปีในงานฤดูหนาว
- รท.พฤกษ์ ผลไพบูลย์-รท.เจนศักดิ์ คูหาวิชานันท์ เป็นเซียนต้นไม้(เฟื่องฟ้า)และเป็นปรมาจารย์ด้านบอนไซ-ไม้ดัดในค่ายทหารฝีมือชั้นครู
- จ.ส.อ.พิรัช พันธุ์กล้า (ยศในขณะนั้น) เป็นคนมีฝีไม้ลายมือในการจัดสวนแห่งค่ายสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
- พล.ท.รวมศักดิ์ ไชยโกมินทร์ (อดีตแม่ทัพภาค) ผู้เชี่ยวชาญด้านไม้ป่า ไม้ปลูก 3 ด.(ไม้ดม ไม้ดู ไม้ดก) ปัจจุบันท่านย้ายไปอยู่เมืองกาญจนบุรี
- อาจารย์ชงค์ วงษ์ขันธ์ ปรมาจารย์ด้านการศึกษาและจิตสาธารณะ ท่านเป็นผู้มีต้นไม้ในหัวใจ
- พล.ต.วิเชียร อ่อนนุช ทหารใหญ่ผู้มีจิตใจรักต้นไม้นานาพรรณ
กล่าวได้ว่าขุนพลนักเลงต้นไม้ (ยังมีอีกมากที่มิได้เอ่ยนาม)ได้รับการทาบทามเรียนเชิญให้มาช่วยกันระดมความคิดเพื่อเตรียมการจัดงานฯ
เมื่อรู้เรื่องทั้งหลายมาเจอกัน จากความตั้งใจในเบื้องต้นว่าจะจัดงานเล็กเล็ก จึงได้บานปลายขยายผล ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า นอกจากจะจัดให้มีการประกวดไม้ดอกไม้ประดับแล้ว น่าจะมีการประกวดสัตว์เลี้ยงที่ประชาชนสนใจและมีแกนหลักอยู่ในจังหวัดลพบุรีด้วย
ตอนนั้นมีข้อมูลว่า จังหวัดลพบุรีของเรามีทั้งผู้เชี่ยวชาญการเลี้ยงสุนัขสวยงามเพื่อการประกวดและการค้าฝีมือโปร ระดับชาติ มีชมรมเลี้ยง "นกเขาชวาขัน" และ "ไก่แจ้" รวมถึงทราบว่าอาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล พิธีกรข่าวชื่อดังในขณะนั้นท่านรักแมวและเชี่ยวชาญเรื่อง"แมว"
ที่มาทั้งหมดนี้จึงมีการจัด "งานแสดงไม้ดอกไม้ประดับและสัตว์เลี้ยงจังหวัดลพบุรี" ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2532 ตรงกับวันเด็กแห่งชาติ
ใครก็ตามที่มีส่วนร่วมในการจัดงานฯ ตั้งแต่ครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน คงจำได้ถึงความสุข ความเหนื่อยและสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นมากมายที่มิอาจบรรยายได้หมดสิ้น
คณะกรรมการจัดงานไม้ดอกไม้ประดับฯ ได้จัดงานมาอย่างต่อเนื่อง 3 ปี จึงมีชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรีเกิดขึ้น
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ มีการประชุมสรุปผลการจัดงานแสดงไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 3 ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าควรก่อตั้ง ก่อกำเนิดชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี
ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่าเมื่อคนรักต้นไม้มีโอกาสได้พบได้เจอ ได้ทำงานสร้างสรรค์ความสุขจากการปลูกต้นไม้ร่วมกัน ควรจะมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยมีมติให้นายโรจน์ ดุลยากร ทำหน้าที่ประธานชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี และนางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ทำหน้าที่เลขานุการชมรมผู้รักต้นไม้ โดยมีที่ปรึกษาและคณะกรรมการ ตลอดจนสมาชิกผู้ก่อตั้งชมรมโดยประมาณ 40 คน
นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ 22 ปีทั้งท่านประธาน อาจารย์โรจน์ ดุลยากร และดิฉัน ส.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ผู้เป็นเลขาฯ ยังคงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการประสานงานรวมพลคนรักต้นไม้ในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องหลายรูปแบบตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ********
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2535 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสมเด็จพระนารายณ์ มีการประชุมสรุปผลการจัดงานแสดงไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดลพบุรี ครั้งที่ 3 ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าควรก่อตั้ง ก่อกำเนิดชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี
ที่ประชุมพิจารณาเห็นว่าเมื่อคนรักต้นไม้มีโอกาสได้พบได้เจอ ได้ทำงานสร้างสรรค์ความสุขจากการปลูกต้นไม้ร่วมกัน ควรจะมีกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยมีมติให้นายโรจน์ ดุลยากร ทำหน้าที่ประธานชมรมผู้รักต้นไม้จังหวัดลพบุรี และนางสาวผ่องศรี ธาราภูมิ ทำหน้าที่เลขานุการชมรมผู้รักต้นไม้ โดยมีที่ปรึกษาและคณะกรรมการ ตลอดจนสมาชิกผู้ก่อตั้งชมรมโดยประมาณ 40 คน
นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ 22 ปีทั้งท่านประธาน อาจารย์โรจน์ ดุลยากร และดิฉัน ส.ส.ผ่องศรี ธาราภูมิ ผู้เป็นเลขาฯ ยังคงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายในการประสานงานรวมพลคนรักต้นไม้ในการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกันอย่างต่อเนื่องหลายรูปแบบตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ********
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

